Pattararanee's profileTHANK YOU นกพรายแสงPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
THANK YOU นกพรายแสงโลกเขาโลกเรา ดูกันเอาเอง
|
Public folders ![]() 2006 through 2007
![]() 45 ปั วรรณศิลป์@สวนสันติชัยปราการ
![]() BKK Sight-Seeing I
![]() BKK Sight-Seeing II
![]() Doulos VS La Roue de Paris @ Bangkok 2006
![]() Fat Radio Music @ Suan Lum Night
![]() from my friend
![]() HUMAN exhibition & HOUSE exhibition
![]() Indy Festival
![]() just One heart
![]() KaoSanRoad : on the way
![]() KOH KRED : again and again
![]() Love Actually @ Buengkan, Nong Khai
![]() LOY KRATONG @ NAKHON PHATHOM
![]() MEETING # 2 ROUNDFINGER FAN CLUB อ่านหนังสือเสียงเพื่อคนตาบอด
![]() My Blog Photos
![]() PHI TA KHON FESTIVAL 2006 AT DANSAI, LOEI, THAILAND
![]() Public
![]() test my space
![]() the photo hunt
![]() to my friend from PAI
![]() YAMA fan's club
![]() เกาะเกร็ด อีกแล้ว
![]() เด็กๆ กับ สงกรานต์
![]() เมื่อเรายิ้มให้กัน
![]() แม่น้ำของ
![]() แอ่วอโยธยา ไหว้พระเก้าวัด....
![]() โลกใบใหญ่มีไว้ใส่ละครเรื่องเล็ก
![]() ใบหยก กับ น้ำทิพย์
![]() ไปตักบาตรดอกไม้ กับ ฟลาเนอร์
![]() ไหว้พระ 9 วัด สิงห์-อ่างทอง
![]() กำลังใจ
![]() ควันหลง...งานฉลองสิริราชสมบัติฯ
![]() งานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 2549
![]() งานบวช-งานบุญ @ หนองคาย
![]() จาก ชายเอ trip กระบี่
![]() จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ต่าง...เหมือน
![]() ด.ญ.ไอลิน & Friends
![]() ตักบาตรดอกไม้ วันอาสาฬหบูชา
![]() ตามรอยแบ็คแพ็คเกอร์ 1 วัน กับกรุงเทพฯชั้นใน
![]() ทะเล
![]() ทำบุญที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ 29 ก.ค.49
![]() นก กะ ติ๊ก
![]() พ่อ ลูก พี่ ^^
![]() ภาพถ่าย เดินทาง สารคดี
![]() วัดใหญ่ & วัดทับยายเชียง ณ พิษณุโลก
![]() วัดพระแก้ว-พระนอน-ท่าเตียน
![]() วัดราชนัดดา - สวนสันติชัยปราการ
![]() วัน -ลอย- กระทง
![]() สงกรานต์ (หัวใจ) บานฉ่ำที่ภูเวียง
![]() สงกรานต์ ภาคต่อ ที่หนองคาย...เลาะริมโขง
![]() สนามจันทร์วันนี้
![]() สะพานยักษ์ @ นครปฐม
![]() หนองคาย ถึง ฝั่งซ้ายแม่ของที่เวียงจันทน์
September 27 ตักบาตรดอกไม้ที่สวยงามกรุงเทพธุรกิจ : เสาร์สวัสดี : คอลัมน์ ปล.ขอให้มีความสุข : ภัทรรานี โปร่งแสง วันเข้าพรรษาปีก่อน ฉันเดินทางตัวคนเดียวเพื่อการท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก ดังนั้นการคำนึงถึงสถานที่ ที่จะไป จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้หญิงที่ต้องเดินทางคนเดียว วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี จึงถูกจับมาอยู่ในแผนเดินทางหนนี้ ‘ตักบาตรดอกไม้’ งานบุญที่มีเพียงปีละครั้งเท่านั้น คืนก่อนวันเข้าพรรษา ฉันเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว เหลือแค่เพียงรอคอยเวลาเช้าเท่านั้น จึงค่อยตัดสินใจว่า จะเดินทางคนเดียวจริงหรือ… ในที่สุดเช้าวันเข้าพรรษาก็มาถึง ฉันตัดสินใจเปิดประตูบานนั้น ก้าวเท้าออกไปเพื่อเดินทางคนเดียว ที่หมอชิต แบบตัวคนเดียว เกิดปัญหาบางอย่าง ซึ่งเป็นความประมาทของฉันเอง “ขึ้นรถไม่ทัน ต้องซื้อตั๋วใหม่” และนั่นทำให้ฉันออกเดินทางช้ากว่ากำหนดไปอีก 30 นาที รถออกแล้ว 10.55 น. ฉันเขียนโปสการ์ดถึงพี่ชายคนหนึ่ง เล่าเรื่องความพลาดพลั้งหนนี้ ทั้งที่ความตั้งใจจริง อยากเล่าว่า “เราไปไหนๆ คนเดียวก็ได้ เราเก่งไหม” แต่ความจริงมันตรงข้ามกัน จนฉันไม่กล้าโกหก เวลาล่วงเลยมาจนบ่ายโมงกว่า ความเร็วของรถโดยสารนับว่าไม่ช้าไม่เร็วเกินไปนัก แต่เพราะแวะจอดรายทางจึงนานพอดู แล้วก็มีคนมานั่งข้างๆ ฉัน “พี่คะ วัดพระพุทธบาทอีกไกลไหมคะ” คุณพี่ใจดีคนนั้น เธอบอกว่า อีกไม่ไกลและชวนคุย “น้องเก่งจังมาคนเดียวเหรอคะ” ฉันยิ้ม “อยากมาตักบาตรดอกไม้ ก็เลยมาเองค่ะพี่ เพราะถ้ารอเพื่อน คงต้องรอปีหน้า” ถึงเสียที อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี นาฬิกาที่หอคอยบอกเวลา 13.50 น. ด้วยความหิว ฉันเดินตลาดไม่ถึงรอบก็ตัดสินใจลงนั่ง แล้วสั่งข้าวกินก่อนเพราะว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง ที่ปากทางเข้าวัดพระพุทธบาท ฉันมองเห็นวัดอยู่ไกลๆ หากเดินคงใช้เวลาราว 10 นาที แต่ว่าเมฆฝนลอยครึ้มอยู่เหนือหัว รถสองแถวเลี้ยวเข้ามาจอดพอดี รถโดยสารจอดให้ลงก่อนถึงวัด ตรงนี้ ฉันมองเห็นโต๊ะตั้งเรียงรายอยู่ตลอดสองฝั่งถนน แต่ยังไม่มีอะไรวางอยู่บนโต๊ะเลย ขณะนั้นผู้คนยังไม่มากเท่าไร แต่ชั่วเวลาผ่านไปแค่ 20 นาที ไม่รู้ฝูงชนมาจากไหนกันมากมาย บนโต๊ะว่างๆ เมื่อครู่ เต็มไปด้วยดอกเข้าพรรษาและธูปเทียน ตอนนั้นมีคนเอาดอกเข้าพรรษาใส่ในถังสีเหลืองมาเร่ขาย ฉันซื้อมาด้วย 1 ชุด แล้วผู้คนก็แน่นไปตลอดสองข้างทาง ฉันพยายามหาที่ว่างเฉพาะตัว เพื่อรอใส่บาตร ท้องฟ้าเปิด เมฆฝนเมื่อครู่ลอยไปไกลแล้ว และพิธีก็เริ่มขึ้น ขบวนแห่พระพุทธรูปสีทองอร่ามรายล้อมด้วยดอกไม้สวยงาม ตามด้วยขบวนพระสงฆ์และเณร คาดว่าน่าจะเกิน 100 รูป มีเพื่อนเล่าว่า ตักบาตรด้วยดอกไม้ จะได้เป็นนางฟ้า ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด แต่พอใส่บาตรแล้ว ฉันรู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก พระสงฆ์และเณรเดินไปตามทางจนถึงประตูวัด จากนั้นขบวนหยุดครู่หนึ่ง แล้วก็เป็นพิธีเดินขึ้นวัด บันไดสูงนั้น มองดูสวยงามยิ่ง ยามที่พระสงฆ์เดินขึ้นไป ราวกับเดินสู่สรวงสวรรค์ ฉันอธิษฐานในใจ ขอให้บุญบารมีของท่านทั้งหลายจงแผ่ไปยังผู้อื่นด้วยเถิด เมื่อจบพิธีการนี้ ฉันได้ขึ้นไปกราบพระและสักการะรอยพระพุทธบาท จนอิ่มใจอิ่มบุญ พอเงยหน้ามองฟ้า เมฆดำลอยมา ฝนกำลังจะตกหนักแน่แล้ว ฉันรีบออกจากวัด โบกวินมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง คุณพี่วิน ผู้ใจดีแวะจอดตู้ไปรษณีย์สีแดง ให้ฉันได้หย่อนโปสการ์ดหลายใบลงไป เมฆฝนใกล้เข้ามาทุกทีๆ ละอองฝนเริ่มโปรยลงมา พอถึงป้ายรถประจำทางหน้าตลาด เม็ดฝนโหมเทลงมาไม่ขาดสาย โชคดีฉันอยู่ใต้หลังคาของป้ายรถประจำทางแล้ว ตอนที่ฝนยังไม่ซาเม็ด ขณะนั้น 6 โมงเย็นพอดี ฉันได้ขึ้นรถโดยสารเพื่อกลับกรุงเทพฯ ในใจก็คิด….ตักบาตรดอกไม้ครั้งแรกในชีวิต เป็นการทำบุญตักบาตรที่สวยงามและน่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉันเองก็เดินทางคนเดียวได้ ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิด เพียงเรามีสติ ตั้งใจมั่น คิดดี ทำดี แล้วมันก็จะผ่านไปด้วยดี ปล.ขอให้ทุกคน มีความสุข สนุกกับการเดินทางแบบ alone แต่ไม่ lonely นะคะ ————————— http://www.bangkokbiznews.com/jud/sat/ รอยเท้าของบางคน กับ ปลายทางที่ออสเตรเลียชื่อเรื่อง รอยเท้าที่ก้าวเดินทาง ผู้เขียน ณ จันทร์ จำนวนหน้า 160 หน้า ราคา 155 บาท ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ 1 ISBN 978-974-8195-53-7
เนื้อเรื่องย่อ ประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ
ในเมืองไทยของ ณ จันทร์ เธอได้พบเจอกับสิ่งต่างๆ
ที่ล้วนทำให้เกิดเรื่องราวที่น่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ผู้คน
หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และได้นำประสบการณ์นั้น
มาเรียงร้อยเป็นเรื่องราว ทั้งสนุกสนาน ตลกขบขัน ให้แง่คิดที่ดีและไม่ดี
รวมไปถึงทัศนคติที่มีต่อสังคม ณ จันทร์ หวังว่าเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ จะเป็นแรงบันดาลให้ผู้อ่านนึกอยากออกเดินทางท่องเที่ยว เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิตบ้าง
ชื่อเรื่อง Australia Destination ตามหาฝันที่ดินแดน Down Under ผู้เขียน นันทนา คำวัตร์ จำนวนหน้า 184 หน้า ราคา 165 บาท ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ 1 ISBN 978-974-8195-52-0 เนื้อเรื่องย่อ ประสบการณ์การไปใช้ชีวิตในประเทศออสเตรเลีย ดินแดนที่เรียกขานกันว่า Down Under ตลอดเวลา 3 ปีที่ผู้เขียนได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ไม่เพียงแค่ตามหาฝันอันได้แก่การศึกษาให้จบในระดับปริญญาโทเท่านั้น หากแต่ผู้เขียนยังหาเวลาว่างเดินท่องเที่ยวไปในเมืองต่างๆ ของออสเตรเลีย เพื่อเพิ่มประสบการณ์ดีๆ ให้แก่ตัวเอง อีกทั้งยังได้ทำงานพิเศษในร้านอาหารไทยที่ได้ขึ้นชื่อว่า “งานหนักและโหด” อีกด้วย เรื่องราวที่ผู้เขียนได้ประสบพบเจอมา ได้ถูกนำมาถ่ายทอดลงในหนังสือเล่มนี้ เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบถึง ชีวิตของนักเรียนนอกที่ไม่ได้โก้หรูอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะทุกอย่างที่ได้มา ล้วนเกิดขึ้นจากการตามหาฝันอย่างไม่หยุดยั้งและไม่ย่อท้อนั่นเอง จัดทำโดย อ่านเพลิน สำนักพิมพ์ 648/39 ซ.ลาดพร้าว 47 (สะพาน 2) แขวง/เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทร. 0-2933-2498 E-mail : annplern@gmail.com จัดจำหน่ายโดย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) September 01 Fine JOURNEY Blogazine…Going to : บางอย่างเปลี่ยนไปเมื่อ (ใจ) ได้ออกเดินทาง
คนแรกที่ได้มาบอกเล่าสิ่งที่อยู่ในใจนั้น เป็นนักเขียนหนุ่มที่มีผลงานหนังสือผ่านตาผู้อ่านมาแล้วหลายเล่ม แต่หนังสือเล่มที่แจ้งเกิดให้กับเขานั้น “โตเกียวไม่มีขา” ซึ่งปัจจุบัน พิมพ์ครั้งที่ 5 แล้ว และคาดว่าจะพิมพ์ครั้งใหม่ในเวลาอันใกล้นี้ ชายหนุ่มนักโฆษณา ผู้ใช้นามปากกาว่า “นิ้วกลม” ขณะนี้ เขาโกอินเตอร์ไปประกอบสัมมาอาชีพถึง เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และหนังสือเล่มดังกล่าว ว่ากันว่ากลายเป็นหนึ่งแรงบันดาลใจ ช่วยผลักดันให้ คนที่ได้อ่านหลายคนออกเดินทางตามหาความฝันที่หลงลืมหรือเผลอทำหายไป… นิ้วกลม คัดมาจากที่นี้ http://finejourneyblogazine.wordpress.com/ August 06 เจอกันได้ที่ wordpressสวัสดีทุกคนค่ะ
ใครว่างก็แวะไปที่ www.pattararanee.wordpress.com นะคะ
ส่วนบ้านนี้ ยังมีอยู่เหมือนเดิม เอาไว้ทำเป็น Gallery จ้า
ป้าเองนะ ^O^ August 01 Bangkok, I Love You.เขียน วันที่ 1 สิงหาคม 2550
Bangkok, I Love You. - งดออกอากาศ
แรงบันดาลใจจาก Paris, Je t'aime. หนังสั้นชุดสุดประทับใจ
กำลังจะก่อให้เกิด เรื่องสั้นสไตล์หนังสั้น
พล็อตเรื่อง คงจะไม่แหวกแนวออกนอกกรอบตลาด
มันเป็นเพียงแค่บทพิสูจน์ว่า "ทำได้ หรือ ไม่ได้" (Love me if you dare.) เท่านั้นเอง
อีกไม่นานเกินรอ...
*เขียนไว้เตือนตัวเอง
July 25 ทบ ทวน******* 'ทบทวน' เป็นคำไทยๆ ง่ายๆ
แต่มีความหมายถึงขั้นต้องขบให้แตกก่อนจะระลึกได้ว่า 'ทบทวน' นั้นมีความลึกซึ้งเพียงใด
ในวันที่คนเราจะกลับมานึก ทบ ทวน เรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
วันเหล่านั้นก็มักจะเป็น วันปีใหม่ วันที่ตกงาน วันที่สูญเสียบางสิ่งบางอย่าง และ วันคล้ายวันเกิด
หรือวันอื่นๆ อีกหลายวันใน 365 วัน
ฝันที่ทั้ง ทด และ ทบ เอาไว้มากมาย
เรื่องที่ทำไปแล้ว มันอาจแก้ไขอะไรไม่ได้ หากแต่เราคิดถึงและตระหนักถึงมันได้
ผู้คนที่ผ่านเข้ามาในจุดตัดของกาลเวลา และ บางคนที่อยู่ตรงโน้น เส้นขนานที่ไม่เคยบรรจบ
ความทุกข์ ความสุข และความรู้สึกดีดี ที่ทั้งให้และรับ ตอบโต้กันไปมา
ฯลฯ
ในชีวิตที่ผ่านมา คนเราทบหลายสิ่งเอาไว้ แล้วเคยทวนมันสักกี่ครั้งกัน
ถึงเวลาที่ต้อง ทบทวน อย่างตั้งใจเสียทีแล้วกระมัง
******* July 20 'จาก' คนที่ผูกพันเคยเห็น
ได้รู้จัก
สนิทสนม
เลยไปจนถึง ผูกพัน
กับเพื่อน กับคนรัก มันคงรู้สึกคล้ายๆ กัน
แล้วการผูกพันกันฉันท์สายเลือดเล่า...
พ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่า อากงอาม่า ตายาย ลุงป้า กู๋ น้าอา หลาน เหลน ฯลฯ ตามแต่ลำดับญาติจะมีไว้
'จาก' คนที่ผูกพัน อย่างนี้ คงทำใจลำบาก
หาก 'คนที่ผูกพัน' ไม่อยู่ให้เห็นแล้ว
เพียงเรารู้ว่า เขาจากไปที่ใด
มันคงง่ายต่อการทำใจ
มันอาจจะเสียใจ และเศร้าน้อยลง
หาก 'คนที่ผูกพัน' จากไปโดยที่เราก็ไม่รู้ว่า เขาไปไหน
เขาจะกลับมาอีกไหม
การลาจาก จะยิ่งเป็นเรื่องยากแสนเข็ญเกินทำใจ
แต่ก็นั่นละ คงเพราะทำอะไรไม่ได้มากกว่า 'การทำใจ'
หากเป็นเช่นนั้นแล้ว
สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด
คงเป็น...
การเดินทางครั้งนี้ ไม่ว่าที่ๆ จะไปถึง เป็นที่ไหนหรือแบบใด
ขอให้พบเจอแต่สิ่งดี มีความสุขสดใส ไม่ต้องกังวลสิ่งใด และหลับให้สบาย
'จาก' คนที่ผูกพัน July 19 มันก็แค่ 'รัก' เท่านั้นเอง"ความรัก คือ อะไร"
หลายคนคงเคยได้ยินคำถามนี้
บางคนถูกใครสักคนถามคำถามนี้
นั่นสินะ "ความรัก" มันคืออะไร
ฉันก็อยากรู้คำตอบเหมือนกัน
โปรแกรมเอ็มเอสเอ็น ที่ต้องเปิดขึ้นมาเพื่อเช็คจดหมายอิเล็คทรอนิคส์อยู่ทุกวัน
มองไล่ไปตามรายชื่อผู้คนในลิสท์ก็มักเห็นข้อความ-คำ ที่แต่ละคนโปรยปรายกันเอาไว้
นั่นน่าจะพอบอกได้ว่า ในแต่ละวัน คนแต่ละคนรู้สึกอย่างไร
หลายวันมาแล้ว "คนละชั้นบรรยากาศ" คำนี้ประกาศโดย หนุ่มนักเขียนคนหนึ่ง
ซึ่งนั่นก็กระแทกจนน้ำตาแทบไหลกระฉอกออกจากเขื่อนหัวใจกันเลยเชียว
และตอนนี้ ข้อความที่มาสะกิดใจ จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ "เรื่องรัก" หลากหลายรูปแบบ
เหตุผลที่เราไม่เคยเข้าใจ - สิ
อยากจะรู้ถ้าเพิ่งบอกรัก... เธอจะโกรธฉันไหม - มินท์
พบกันวันคิดถึง - ฝน
เหตุเกิดจากความเหงา - ยุ้ย
ภาพแรกของลูก ไปอัลตร้าซาวด์มาแล้ว - จี๊ด
ส่งความรักไปให้ ได้รับไหม - ปอ
เธอจะมีใจหรือเปล่า มันคือความจริงที่ฉันอยากรู้ - ตั๋ง
สุขใดเท่า รักคนที่รักเรา - เจ
ฯลฯ
เรื่องรักหลายแบบ สมหวัง เปิดเผย บอกรัก ผิดหวัง รอคอย รักเธอ รักเขา รักเรา รักลูก รักใคร มากมายไปหมด
บางข้อความอ่านแล้วก็ยิ้มได้
บางข้อความก็ต้องตีความกันไป แล้วแต่จะเก็ทหรือไม่
สุดท้ายของวันนี้ เป็นเรื่องรักๆ ของ "หมูน้อยกับจิงโจ้" ที่อยู่ในบล็อก พื้นที่พิเศษ
สาวน้อยคนนั้น เธอเล่าไว้ถึงเรื่องความสัมพันธ์ของสัตว์ต่างสปีชี่ส์ หมูน้อย กับ จิงโจ้ ที่ทำท่าว่าจะ รัก กัน
เมื่อก่อนนี้ เคยคิดเหมือนกันว่า ในเมื่อคนเรามีความต่างกันอย่างเห็นได้ชัด..."แล้วจะรักได้ยังไง"
แต่เมื่อไม่นานมานี้ ไม่นานเท่าไหร่นักหรอก ก็รู้คำตอบ...
"รัก" มันก็เป็นเพราะ รัก
ไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะอธิบาย...
และแม้ว่าจะ "ต่าง" แค่ไหน...
เพราะหาก 'รัก' ไปแล้ว มันก็คงเปลี่ยนความรู้สึกนั้นได้ยากเย็น (จริงๆ)
จะเป็นไรไป หากจะรักใครที่ไม่เหมือนเรา และแม้ว่าจะไม่มีวัน "เป็นคู่" กันได้
มันก็แค่ 'รัก'
ก็เพราะว่ารักไปแล้ว จะให้เปลี่ยนง่ายๆ ได้ยังไงกัน
มันก็แค่ 'รัก' เท่านั้นเอง July 17 นางมารร้ายใส่แว่นสีชมพูกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ยังมีเด็กหญิงคนหนึ่ง ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต ตอนเกิดมาเธอมีผิวสีชมพู
พ่อกับแม่จึงได้ตั้งชื่อให้ว่า "ชมพูพิมพ์ใจ"
เด็กหญิงเติบโตขึ้นท่ามกลางแมกไม้ บ้านของเธอมีต้นไม้หลายต้น ส่วนมากเป็นต้นไม้ให้ผล ทั้งมะม่วง ขนุน ฝรั่ง และชมพู่
พ่อของเธอบอกว่า "ปลูกไว้แล้วจะรวย มีกินตลอดปี"
---------------
ในวัยเด็ก ของ ด.ญ.ชมพูพิมพ์ใจ แม่ของเธอ มักสรรหาสิ่งต่างๆ ที่เด็กหญิงต้องการมาให้ไม่ได้ขาด
ไม่ว่าเธอจะอยากได้อะไร แม่เป็นต้องหามาให้
พ่อของเธอ จะพูดเสมอว่า "ที่พ่อกับแม่ให้ ก็เพราะรักลูก แต่ไม่ได้หมายความว่า ลูกจะได้มาง่ายๆ นะ ไปเก็บ มะม่วงมาให้พ่อหน่อยสิลูกรัก"
และทุกครั้งที่แม่มีของเล่นมาให้ เสื้อผ้าใหม่ๆ ด.ญ.ชมพูพิมพ์ใจ จะต้องคว้าไม้สอยมะม่วงไปเก็บมะม่วงมาไว้ในครัว หรือเธอต้องมีหน้าที่ ไปช่วยพ่อพรวนดินใส่ปุ๋ยต้นไม้ในวันหยุดที่ใกล้จะถึง
---------------
ในเดือนไหนที่ ผลไม้ มีมากจนกินกันไม่หมด แม่เอาไปแจกบ้านข้างๆ แล้ว มันก็ยังเหลืออยู่มาก
แม่จะพาไปตลาด ที่อยู่ห่างจากบ้านไปไม่กี่กิโลเมตร
"อาแปะ วันนี้ชั้น มีชมพู่ มาฝากให้ขายหน่อยน่ะจ้ะ มีมาเผื่อแปะด้วย มันออกลูกเยอะแยะจนกินไม่ทัน"
เรื่องราวก็มักจะเป็นอยู่เช่นนี้ ยามที่ไม้ผลออกผลมาจนกินไม่หวาดไม่ไหว
---------------
ชมพูพิมพ์ใจ เธอชอบสีชมพูมาก เสื้อผ้าของเธอมีแต่สีชมพู กระโปรงสีชมพู เสื้อกันหนาวสีชมพู หมวกสีชมพู กระเป๋าสีชมพู ตุ๊กตาสีชมพู ฯลฯ
จนวันหนึ่งแม่ของชมพูพิมพ์ใจพูดขึ้นว่า "แล้วอย่างนี้โตขึ้น ชุดเจ้าสาวของหนู จะเป็นสีชมพูหรือเปล่า"
เด็กหญิงยิ้มรับด้วยแก้มชมพูระเรื่อ "สีชมพูค่ะแม่ เพราะหนูชอบ"
---------------
วันนี้ ชมพูพิมพ์ใจ ไปตลาดกับแม่ และเอามะม่วงกวน มาฝากแปะร้านกาแฟอีก แต่พอเดินเอาไปแจกคนโน้นทีคนนี้ที ก็หมด จนไม่มีเหลือไว้ขายแล้ว
"ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมานับเงินให้วุ่นวาย" แม่พูดแล้วก็ยิ้มให้ชมพูพิมพ์ใจ
---------------
ชมพูพิมพ์ใจ โตเป็นสาวแล้ว เธอมีเสื้อผ้าสีชมพูน้อยลง
ตอนนี้เธอชอบสีฟ้ามากขึ้น เสื้อสีฟ้า กางเกงสีฟ้า กระเป๋าสีฟ้า ต่างหูสีฟ้า ฯลฯ
---------------
วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ชมพูพิมพ์ใจ มีเสื้อผ้าทุกสีสันอยู่ในตู้เสื้อผ้า
วันนี้เธอกำลังคัดเลือกเอาเสื้อผ้าและสิ่งของต่างๆ ออกมาเพื่อบริจาค
เสื้อสีชมพูตัวหนึ่ง ปักลวดลายไว้ว่า "ย ยักษ์ปักจิต ย ยิ้มพิมพ์ใจ"
แว่นสายตาอันหนึ่งเก่าแสนเก่า แต่มันก็ยังมีสีแต้มอยู่ นั่นล่ะ ก็สีชมพู
---------------
ตอนนี้ชมพูพิมพ์ใจ ใส่แว่นสายตาสีชมพู
มีหลายคนเรียกเธอว่า "นังมารร้ายใส่แว่นสีชมพู"
*ทดไว้ก่อน คล้ายว่าจะเป็นเรื่องย่อ July 13 บ้านปิด-ใจยังเปิด เพราะเราหมุนรอบกันและกันวันที่ 8 กรกฎาคม 2550
บ้านพักฝากอากาศหลังที่เปิด ณ เซี่ยงไฮ้ ปิดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ
หลายคนที่ห่างหายจากบ้านพักฯ ไปอาจจะเกิดอาการ เง็ง ที่มาจาก งง + เซ็ง
แต่สำหรับฉันแล้ว การได้พบตัวหนังสือ ของ นิ้วกลม
ทำให้ได้ "เพื่อน" อีกหลายคน แม้ในหลายคนนั้นจะเป็นน้องที่มีอายุน้อยกว่านัก
ไม่ว่าบ้านพักฯ จะปิดตัวชั่วคราว หรือ ปิดถาวร
ฉันก็ยังจะติดตามอ่านผลงานหนังสือ ของ นิ้วกลม ต่อไป
ด้วยเพราะอยากรู้ว่า เขาพัฒนาการเขียนไปถึงไหนแล้ว
และอยากรู้ว่า คนที่หมุนรอบๆ ตัวเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง
สบายกันดีไหม
อยากสารภาพว่า ฉันเป็นแฟนคลับ "น้ำ" ตัวละครเอกในหนังสือของนิ้วกลม (หลายเล่ม)
ขอสารภาพว่า ฉันไม่ได้เป็นแฟนคลับนิ้วกลม แต่เป็น ป้าคลับนิ้วกลม
จนมาตอนนี้ ฉันไม่ได้เป็นแม้แต่ ป้าคลับของนิ้วกลม อีกแล้ว
เพราะเราเป็น คนรู้จักกัน ณ จุดหนึ่งของกาลเวลา
และหลายคนได้กลายมาเป็นเพื่อน จากการรู้จักกัน ณ จุดตัดนี้เช่นกัน
อยากจะบอกว่า ฉันแอบชอบ ผู้หญิงเพี้ยนๆ คนนั้น เธอน่ารักดี และจริงๆ เธอก็ไม่ได้เพี้ยนอย่างชื่อที่ตั้งมา
อยากบอกว่า ชาวฟลาเนอร์ นั้นเหนียวแน่นเพียงใด (18 Jan 2007 : roundfinger.wordpress)
พี่ใหญ่ใจดี, คุณหมอเด็กปั๊มผู้วิเศษ, คุณหมอน่า(รัก)เด็ก, คนตัวกลมที่สุด, เจ้าหญิงฟีโอน่า, ป๋าที่ชอบอาบน้ำ, ดาร์ทเวเดอร์, เด็กหญิงไส้ติ่ง, สาวโก๊ะอ่อนนุช, โอ๊ตตะแนว, หมีแต้วแร้ว (นี่มันตัวไรหว่า), ด.ญ. @ บ้านโป่ง กับเด็กหญิงแห่งบ้านพิษณุโลก
คิดถึงมีทติ้งอ่านหนังสือเสียง คิดถึงงานเพะชะคุชะ ก.พ. 50 และ พ.ค. 50
คิดถึง ทีเคพาร์ค
ฯลฯ
ปาฏิหาริย์ทำให้ได้เจอกัน
เทวดา (ของหมอ) ทำให้ ทุกเรื่องที่บอก เป็นจริง
เพลงไพเราะของ "เฉลียง" ที่คุณหมอเด็กปั๊มผู้วิเศษ ส่งมาให้ "เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ" ทำให้คิด...
หากแม้นว่าบ้านพักฯ ไม่เปิดอีกเลยในวันหน้า
ฉันก็ยังคงเปิดใจ ต้อนรับ เพื่อนยุคเก่า เพื่อนยุคกลาง และเพื่อนยุคใหม่เสมอๆ
เพราะเราหมุนรอบกันและกันเพื่อดูแลหัวใจ
*เราหมุนเป็นวงกลม July 09 ซ้ายหรือขวา ณ เวียงจันทน์ก้าวเท้าซ้ายออกจากบ้าน แล้วจะโชคดีตลอดวัน
ไม่รู้เหมือนกันว่าใครพูดไว้...
ค่ำวันที่ 6 ก.ค. 50 ก้าวเท้าซ้ายออกจากบ้าน
สาธุ!!!! ขอให้โชคดีตลอดทริป โอมเพี้ยงงงงง
ถึงหมอชิต 20.10 น. ซื้อตั๋วที่ไหนกัน... คราวก่อนเพื่อนซื้อให้
"บขส.ๆๆๆๆ ภาคอีสาน" เจอแล้ว
รถออก... จุดหมายคือ หนองคาย ยามเช้า
ลงจากรถได้ก็ งง ง่วง งัวเงีย สุดๆ
คุณพี่รถรับจ้างทั้งหลาย ก็มาวอแว
อืมมม เกือบได้กินหัวชาวบ้านอีกแล้วเรา โชคดีที่ยามตื่นนอนไม่ชอบกินหัวใครซะด้วย
ก็เลยยิ้มใส่ สั่นหัว หยิบโทรศัพท์ โทรออก
"ถึงแล้วค่ะ"
เอาของไปเก็บที่บ้านเพื่อน อาบน้ำแล้วออกไปยัง บขส. หนองคายอีกหน
ตารางเวลารถไปยังเวียงจันทน์เปลี่ยนแปลงไปหลายเดือนแล้ว
แต่ในอินเทอร์เน็ตไม่อัพเดท จากเดิม 10.30 เปลี่ยนเป็น 9.30
เอาล่ะสิ ทำไงดี นี่ก็ 9.10 แล้ว จะทันไหม
ทำ Boarder Pass ที่นี่เลยแล้วกัน เสียเงินค่าทำ 100.- บาท หากไปศาลากลางฯ เองคงเสียค่ารถราอีกมากโข แถมเสียเวลาด้วย
รอ...รอ...รอ...
หน้าตารถเที่ยว 9.30 เป็นรถของฝั่งลาว สวยงาม พนง.เก็บตั๋วเป็นสาวสวยนุ่งซิ่น งามจริงๆ เสียดายไม่ได้ชักภาพเก็บไว้
9.30 น. ตรงเวลา รถออกไปแล้ว
Boarder Pass ยังไม่ได้
เพราะฉะนั้น ต้องไปรอบ 12.40 อีกเกือบ 3 ชม.
ค่ารถไปเวียงจันทน์ 55.- + 5.- (วันเสาร์อาทิตย์บวกเพิ่ม)
เดินเลยตลาดไปนั่งเล่นที่วัดโพธิ์ชัย ไหว้พระ ขอพรและถ่ายรูป
จากนั้นก็ทำบาปมหันต์โดยการ "ฆ่าเวลา" ด้วยการเขียน..เขียน..เขียน
ร้านข้าวตามสั่ง ในตลาดเช้าโพธิ์ชัย "ผัดผักรวมหมูกรอบ" ก็น่าอร่อยดีอยู่หรอก
สั่งมากิน แต่ก็กินไม่ลง ฝืนกินไปนิดเพราะกลัวแม่ค้าจะว่าเอา
ปรากฏว่า เหลือบานเบอะตามระเบียบ รีบจ่ายเงิน รีบแจ้นด้วยกลัวแม่ค้าจะว่า "ไม่อร่อยหรือหนู???"
โชคดีไม่ต้องตอบคำถามนี้เพราะว่าโกยเร็วราวกับมี 4 เท้า
"ก็มัน ตื่น ตื่น ตื่น เต้น เต้น เต้น" ...มันเป็นอย่างนี้จริงๆ นะ
รถจะออกแล้ว จุดหมายคือ เวียงจันทน์
จะซ้ายหรือขวา เดี๋ยวรู้กัน
ฝั่งไทย คือ ฝั่งขวาแม่น้ำโขง
ฟากฝั่งลาว คือ ฝั่งซ้ายแม่ของ
เกือบกลั้นหายใจอธิษฐานอย่างเดียวกับตอนข้ามแม่น้ำบางปะกง ตอนไปชลบุรีแล้วเชียว
พอนึกได้ว่าเป็นแม่น้ำโขงก็ ชมวิวดีกว่า ฮ่าฮ่า
ณ ตม. ไทย งง งง งง งง ความที่เป็นเจ้าแม่งง (นอกจากงก) อยู่แล้วด้วย
ไปคนเดียวก็ยิ่ง งง มึน...หน้ามึน ตามเขาไปเรื่อยๆ
ผ่านแฮะ... ย ยักษ์ เปลี่ยนเป็น ย ยิ้ม ออกได้เสียที
ณ ตม.ลาว ยิ่ง งง งง งง งง งง งง หนักเข้าไปใหญ่ ภาษาเปลี่ยนไปกลายเป็นภาษาลาวแล้ว
ตัวอักษรลาวตัวแรกที่จับสังเกตได้มันคือ "ม" อย่าเพิ่ง งง กันนะ ^___^
ม ม้า ไม่มีหัว มันตรงกับ น หรือแม่กน ในภาษาไทยจ้า อิอิอิ
แจ้ง จนท. ลาวไปว่า "ไม่ค้างค่ะ กลับวันนี้"
เขาดึงเอกสารแนบใบหนึ่งออก ดีแล้วที่บอกเขาไปเพราะหากไม่บอกเช่นนั้น เอกสารนั้นจะถูกใช้ และหากไม่ค้างแรมที่ลาวตามเอกสารแนบ ใบนั้น จะถูกปรับเป็นเงิน 500.- บาท อาจเป็นค่าปรับฐานที่ทำให้เขาเสีย "รายได้ที่คาดว่าจะได้" (อันนี้ไม่รู้หรอกว่า จริงๆ เป็นค่าปรับฐานอะไร ไว้ได้คำตอบแล้วจะบอกเน้อ)
ค่าธรรมเนียมเข้าลาว 60.- บาท
พ้นเขตสะพานไทย-ลาว ณ เมืองฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง
เหมือนกำลังส่องกระจก เพราะถนนที่รถวิ่งอยู่ กลับซ้ายเป็นขวา ขวาเป็นซ้าย
หากต้องขับเองจะ งง กับถนนที่เปลี่ยนเลนสลับกันในฉับพลัยอย่างนี้ไหมหนอ
ที่ สถานีรถเมล์ลาว คนขับรถรับจ้างมาออตรงประตูรถโดยสารจากฝั่งไทย
นับได้ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 มันเริ่มจะนับได้ไม่ถ้วนเสียแล้ว
เพราะบนรถนี้มีคนลาวซื้อสินค้าจากไทยมาขายมากพอควร
ก้าวเท้าซ้ายลง ฮู้วววว แตะแผ่นดินเวียงจันทน์ แล้ววุ้ยยย
"ผู้สาวๆๆ" อืมมม มีผู้ชายมาเรียกแนะ
แต่ว่า... ยังไม่อยาก ติดบ่วงกรรมกับใคร จึงหลีกลี้ออกมา
ไปวนหาที่ซื้อตั๋วรถกลับไปเมืองไทย (ฮิ้วววว พูดซะอย่างกับว่าไปยุโรป ที่แท้ก็ คนละฝั่งโขงนี่เอง ฮ่าฮ่า)
มีคุณน้องคนหนึ่งเดินมาถาม "ไปโรงแรมบ่" สั่นหัวเป็นคำตอบแทนคำว่า ไม่ไป (นี่ถ้าเป็นตอนสาวๆ คงจะบอกเขาว่า บ้าเหรอ อยู่ดีๆ ก็มาชวนไปโรงแรม 5555+)
เขาก็ไม่ยอมไปไหน มาวนถามอยู่อีก แล้วก็บอกว่า เหมารถเที่ยวก็ได้นะ
จึงสรุปเป็นเหมารถเที่ยว ได้ราคาตกลงกันพอใจทั้ง 2 ฝ่าย
ก้าวเท้าซ้ายขึ้นรถ Jombo หน้าตาเหมือนสามล้อฝั่งเมืองหนองคายนั่นล่ะ ฝนก็เทลงมาห่าใหญ่
ทำบุญมาด้วยอะไรหนอ ชาตินี้จึงมักมีอุปสรรคขวางหน้าเสมอ
ทั้งเป็นวันนั้นของเดือนด้วย อะไรมันจะเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดกันนักหนาหนอ
แต่ไหนๆ ก็มาจนขั้นนี้แล้ว คงต้องุลุยสถานเดียว
ธาตุหลวง ด่านแรก ก็เปียกฝนเป็นลูกหมาตกน้ำซะแล้ว
ค่าธรรมเนียมเข้าชม 5000 กีบ มันคือ 20.- บาทน่ะเอง
สวยดี แต่วัดข้างๆ น่าจะสวยกว่า แต่เขาปิดทางเชื่อมจึงได้แค่มองข้ามกำแพงดูหน้าบันไปก่อน
ปะตูไซ หรือ ประตูชัย อันนี้ก็นะ
นึกว่ายืนอยู่ในฝรั่งเศสเลยนั่น
ก่อนเข้าไปได้ ต้องวิ่งผ่านลานโล่งฝ่าฝนเข้าไป ด้วยแค่อยากจะปีนขึ้นไปชมเมืองเวียงจันทน์ทั้ง 4 ทิศจากชั้นสูงสุดของประตูชัย
มองกวาดด้วยสายตาไม่กี่วินาทีแล้วก็ต้องรีบกดชัตเตอร์ ให้ครบทั้ง 4 ทิศ มองดูคล้ายๆ ไหว้ครูก่อนชกบนสังเวียนยังไงยังงั้น
ตอนกลับนี่ก็ต้อง กึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับไปที่ Jumbo
ตอนนี้เอง รู้สึกเหมือนมีอาการคล้ายไข้หวัดจะรับประทาน
* โปรดอ่านต่อฉบับหน้า July 03 หายใจคนละชั้นข้อความที่โปรยไว้บนหัวเอ็มเอสเอ็น ของชายหนุ่มคนหนึ่ง ผู้เป็นเจ้าของหนังสือทำมือ "กลับเศษเป็นส่วน"
"คนละชั้นบรรยากาศ" ข้อความนี้มันกระแทกต่อมเศร้าให้ทำงานได้ฉับพลัน
ความรู้สึกมันคล้ายกับเจ้าอาการปวดปากแผลที่เพิ่งโดนมีดบาดมาหมาดๆ ที่เลือดยังไหลซึมซิบซิบ
คนละชั้น
ตีความหมายแบบกำปั้นทุบดิน คนละแห่ง คนละที่...
คนละบรรยากาศ
มันก็เป็นเจ้าคนละแห่ง คนละที่...อีกเหมือนเดิม แต่แถมช่วงเวลาของการหายใจเข้าไปอีกนิดหนึ่ง
คนละคน
ก็แน่นอน หัวใจคนละกำปั้น... หัวใจที่ไม่เหมือนกัน
คนละชั้น
ตีความตามระเบียบคนคิดมาก
มันก็เป็น ฐานะ ระดับชนชั้น ระดับมันสมอง และอื่นๆ อีกมากมาย
คนละห้วงบรรยากาศ
หายใจกันในคนละแห่ง
มันเหมือนมองเห็นอีกคนเดินอยู่บนเส้นขนานตรงหน้า
ไม่แม้เสี้ยววินาที จะได้ใช้ออกซิเจนในบรรยากาศเดียวกัน
เอาล่ะ ถ้าเป็นอย่างนั้น...หายใจด้วยโอโซน กับ หายใจด้วยหัวใจ
อย่างไหนมันดีกว่ากันหนอ พอเจอเข้ากับ "คนละชั้นบรรยากาศ"
บางวินาที มันอาจจะรู้สึกเจ็บเหมือนโดนขวดปากฉลามแทงพุงจนเลือดสาดก็ได้
พอหายใจคนละชั้นกัน
มันก็ต่าง ยิ่งห่าง ยิ่งต่าง ก็ยิ่งรู้สึก...
*ไอเราก็น้ำเน่าพอตัวนิ ^___^ July 02 หนองคายกับคนอีกฝั่งโขงหนองคายกับคนอีกฝั่งโขง โดย : ภัทรรานี โปร่งแสง มีโอกาสไปเยือนหนองคาย เมืองน่าอยู่อันดับ 7 ของโลกเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต อันดับที่ว่านี้ได้จากการจัดของหนังสือหรือเว็บไซต์สำหรับการท่องเที่ยวอันใดอันหนึ่ง เมื่อปี 2549 เพื่อนของฉันก็มีบ้านอยู่เมืองนี้ เขาเป็นชายหนุ่มซึ่งมีความเป็นคนถิ่นน้ำโขงเต็มตัว เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แม้จะไปเรียนที่กรุงเทพฯ แต่เขาก็ยังชอบร้องรำเพลงหมอลำ ลูกทุ่งที่บ่งบอกความเป็นอีสาน ชอบสะพายย่ามในวัยวันของเด็กปีหนึ่ง แล้วยังคำอีสานที่คอยสอนให้ไม่ได้ขาด การมาเยือนของคนภาคกลางอย่างฉันได้มีพ่อกับแม่ของเพื่อนคอยดูแลเป็นอย่างดี ท่านทั้งสองเป็นคนริมโขงโดยกำเนิด คุณแม่กำชับลูกชายว่า “ดูแลเพื่อนให้ดีนะ” นี่ล่ะ ฉันว่า น้ำใจคนริมโขง ยิ้มเก่ง คุยสนุก เอื้อเฟื้อต่อผู้ผ่านทาง ไม่น่าแปลกใจเลยที่เมืองหนองคายจะเป็นเมืองที่น่าอยู่จนถึงขนาดติดอันดับโลก บริเวณหน้าวัดไทย ต.จุมพล ที่นี่มีชื่อเสียงเลื่องลือ และจะมีผู้คนแห่แหนกันมามากมายในวันออกพรรษาของทุกปี ด้วยเพราะมีลูกไฟลอยล่องมาจากใต้ผิวน้ำ หรือที่เรียกขานกันว่า "บั้งไฟพญานาค" ซึ่งฉันยังไม่มีโอกาสได้มาชมกับตาเลยแม้สักครั้ง ในเช้าวันเสาร์ที่ 15 เมษายน 2549 เพื่อนขับรถพาฉันไปยังตลาดนัด "จุดผ่อนปรน" หน้าวัดไทย ริมแม่น้ำโขง เท่าที่เพื่อนบอก ตลาดนัดแห่งนี้จะมีทุกวันอังคารและวันเสาร์ ดังนั้นในเวลาสายของวันนี้จึงมีคนหนาแน่นเป็นพิเศษ อาจคงเพราะเป็นช่วงวันหยุดสงกรานต์พอดี มีทั้งคนที่นี่เอง คนที่กลับมาเยี่ยมบ้าน หรือแม้กระทั่งคนเดินทางผ่านมาเหมือนกันกับฉันที่นึกอยากมาสัมผัสอากาศร้อนพร้อมลมเย็นริมโขง ตลาดนี้ขึ้นชื่อเรื่อง "กล้วยไม้ป่า" อย่าเพิ่งฝันหวานกันไปเลย มันไม่ใช่ตลาดต้นไม้ดอกไม้เหมือนสวนจตุจักรสักนิด แต่ที่นี่ เขาขายกล้วยไม้กันเป็นกิโลกรัมละ 80 บาท หรือถ้าชอบใจกันเป็นต้นๆ ก็ 20-30 บาท ก็ว่ากันไปหรือ 3 กำ 100 บาท อันนี้แล้วแต่ชนิดของกล้วยไม้หรือแล้วแต่จะต่อรองราคากัน ส่วนมาก "คนขาย" จะเป็นคนลาวที่ข้ามมาจากฟากโน้น คนละฝั่งของแม่น้ำนี่เอง ดังนั้นกล้วยไม้เหล่านี้ จึงเป็นกล้วยไม้ป่าอินเตอร์เนชั่นแนล เพราะอิมพอร์ท หรือว่านำเข้ามาจากฝั่งกระโน้นนั่นเอง ภาพประทับใจฉันที่สุดบริเวณตลาดแห่งนี้ เห็นจะเป็นเด็กๆ ที่อารมณ์ดีแสนดี เพราะขณะนั่งขายของ "ทำงานหารายได้" อยู่ก็ยังเล่นกันตามประสาเด็ก ดีกรีการยื้อยุดเพิ่มความสนุกสนานขึ้นกว่าเดิม เมื่อเด็กๆ เห็นฉันเล็งกล้องถ่ายรูปไป เด็กๆ ยิ้มใส่กล้องทันที ภาพเด็กสาวชาวลาวกลุ่มนี้ ถูกนำขึ้นมาดูบ่อยๆ ยามคิดถึงบรรยากาศริมโขง ภาพนี้คอยกระตุ้นเตือนให้ฉันเอาใจใส่ต่อการรอคอยที่จะข้ามไปยังฝั่งกระโน้น ด้วยเรือยนต์เล็กๆ ณ จุดผ่อนปรนนั้น ฉันอยากไปดูชีวิตของเด็กเหล่านั้นที่บ้านของพวกเขาด้วยตาตัวเองสักครั้ง ณ อีกฝั่งของแม่น้ำโขง -สายน้ำแห่งชีวิต June 30 เส้นตัดหรือเส้นขนาน จะเลือกอย่างไหนไปดึงเอาข้อความที่เขียนเองนี้ มาจาก "พื้นที่พิเศษ" ของน้องสาวคนดี
เจอคำถามนี้ "ระหว่าง "เส้นตัด" กับ "เส้นขนาน" พี่จะเลือกเป็นเส้นไหน?"
เราถึงกับอึ้งไปหลายวินาทีี เพราะ ไม่เคยถามตัวเองเหมือนกันว่า เราต้องเลือก "เจ้า 2 สิ่ง" นี้ไหม สาเหตุน่ะหรือ ก็เพราะเรามักอยู่กับจุดตัดมากกว่า และจะเป็นทุกข์ใจ หากมันต้องกลายเป็นเส้นขนาน ดังนั้นก่อนอื่นใด ขออยู่ที่ จุดตัดหรือเส้นตัด เพราะอย่างน้อยๆ เราก็ยังเคยได้ "รู้จักกัน" ในความเป็นจริง ไม่ว่า สิ่งนั้น เรื่องนั้น หรือ คนนั้น ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม...แม้แต่ความฝัน ขอเอามาอยู่รวมในเส้นทางเดียวกันเสียก่อน เพียง ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทีนี้ จะรักหรือจะชัง ก็ค่อยว่ากัน มันคงเซ็งสุดๆ หากมองเห็น สิ่งนั้นๆ อยู่ในเส้นขนาน และแตะต้องไม่ได้ ไม่ชอบความรู้สึกแบบนั้น มันทรมาน... นั่นสินะ ขอยืนอยู่ ณ จุดตัด แม้เสี้ยววินาที อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า สายลมที่พัดผ่านมา เป็นลมแบบไหน... June 28 สวยๆ งามๆงานนี้มาขายของเท่านั้น
ใครสนใจ ติดต่อได้
โดยเฉพาะคนที่จะ แต่งงาน ^O^
ไปดูกันเลย http://www.tarad.com/la-blue/#1063465
|
โลกหมุนเร็วจนคนต้องวิ่งตามแล้วนะ
เปิดตา เปิดใจ ด้วยการเดินทาง
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|